CHEMISTRY FIELD NOTES

บทเรียนและเทคนิค

ทบทวนหลักคิดสำคัญก่อนลงสนามฝึกจริง

LESSON 01

หลักการดุลสมการ

สมการเคมีที่ดุลแล้วต้องมีจำนวนอะตอมของธาตุแต่ละชนิดเท่ากันทั้งด้านสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์ ตามกฎทรงมวล

H₂ + O₂ → H₂O
ดุลแล้ว: 2H₂ + O₂ → 2H₂O
  • นับอะตอมของธาตุทั้งสองด้าน
  • ปรับเฉพาะสัมประสิทธิ์หน้าสูตร
  • ห้ามเปลี่ยนเลขตัวห้อยในสูตรสาร
  • ตรวจซ้ำและลดสัมประสิทธิ์ให้ต่ำสุด
LESSON 02

คำนำหน้าสารโคเวเลนต์

สารโคเวเลนต์ระหว่างอโลหะมักใช้คำนำหน้าระบุจำนวนอะตอมตัวอย่างเช่น

1 mono-
มอนอ
2 di-
ได
3 tri-
ไตร
4 tetra-
เตตระ
5 penta-
เพนตะ
6 hexa-
เฮกซะ
7 hepta-
เฮปตะ
8 octa-
ออกตะ
9 nona-
โนนะ
10 deca-
เดคะ
LESSON 03

สารประกอบไอออนิก

โดยทั่วไปเกิดจากไอออนบวกและไอออนลบ ชื่อไอออนบวกมาก่อน ตามด้วยไอออนลบ เช่น sodium chloride (NaCl) และ magnesium oxide (MgO)

FeCl₂ = iron(II) chloride
FeCl₃ = iron(III) chloride

เลขโรมันบอกเลขออกซิเดชันของโลหะในกรณีที่โลหะมีได้หลายค่า

LESSON 04

ประเภทปฏิกิริยา

  • การรวมตัว: หลายสารรวมเป็นผลิตภัณฑ์
  • การสลายตัว: สารหนึ่งแยกเป็นหลายสาร
  • แทนที่เดี่ยว: ธาตุอิสระเข้าไปแทนที่ธาตุหนึ่งในสารประกอบ โดยทั่วไปจะได้ธาตุใหม่และสารประกอบใหม่
  • แทนที่คู่: ไอออนแลกเปลี่ยนคู่กัน
  • การเผาไหม้: เชื้อเพลิงทำปฏิกิริยากับออกซิเจน
ไปลองทำโจทย์ →
LESSON 05

กรด–เบส (Acid–base)

กรดทำปฏิกิริยากับเบสได้เกลือและน้ำในกรณีการสะเทิน ตัวอย่าง:

HCl + NaOH → NaCl + H₂O

การดุลสมการยังคงต้องทำให้จำนวนอะตอมแต่ละธาตุทั้งสองข้างเท่ากัน

LESSON 06

ปฏิกิริยารีดอกซ์ (Redox)

เป็นปฏิกิริยาที่มีการถ่ายโอนอิเล็กตรอนหรือเลขออกซิเดชันเปลี่ยนแปลง สารหนึ่งถูกออกซิไดซ์และอีกสารหนึ่งถูกรีดิวซ์

Zn + CuSO₄ → ZnSO₄ + Cu

สังกะสีถูกออกซิไดซ์ ส่วน Cu²⁺ ถูกรีดิวซ์เป็น Cu

ไอออนหลายอะตอมที่พบบ่อย

NH₄⁺
แอมโมเนียม
SO₄²⁻
ซัลเฟต
NO₃⁻
ไนเตรต
OH⁻
ไฮดรอกไซด์
CO₃²⁻
คาร์บอเนต
PO₄³⁻
ฟอสเฟต

ตัวอย่าง: (NH₄)₂SO₄ คือ ammonium sulfate และต้องคงกลุ่มไอออนหลายอะตอมไว้ขณะดุลสมการเมื่อเหมาะสม